17-12-2008, 01:37 PM
สำหรับรถใหม่ๆ จะเดินทางไกล คิดว่าคงไม่ต้องเตรียมตัวเ็ช็ครถ อะไรมากนะครับ
เอาเป็นว่า รถเก่าๆ (อย่างผม) จะเตรียมตัวเิดินทางไกล ซะทีเนี่ย! ก็ต้องตรวจเช็คกันหน่อย
ช่วงนี้ ก็ไล่ๆ เช็ค อยู่ครับ ขาดเหลือ หรือ ตกหล่น ตรงไหน ก็บอกกันด้วยนะครับ...
ระบบน้ำ
![[ภาพ: diy11pic2.jpg]](http://www.colour-mg.com/images/stories/diy11pic2.jpg)
ระดับน้ำหล่อเย็น เริ่มต้นจากตรวจดูระดับน้ำในหม้อพักน้ำ แต่การเช็คเฉพาะระดับน้ำในหม้อพัก จะใช่ว่าเป็นการชัวร์เสียทีเดียว เพราะถ้าฝาหม้อน้ำเสียหาย หรือ ระบบหมุนเวียนน้ำหล่อเย็นมีจุดรั่วซึม ระดับน้ำในหม้อพักอาจจะอยู่คงที่เต็มเปี่ยม แต่ว่าในหม้อน้ำอาจไม่มีน้ำหล่อเย็นเลยก็ได้ ในทางที่ดี ควรตรวจเช็คทั้งระดับน้ำในหม้อน้ำ และระดับน้ำในหม้อพักควบคู่ไปพร้อมๆกัน
ท่อยางน้ำ และเหล็กรัด ตรวจเช็คส��าพท่อยางว่ามีอาการ บวม นิ่ม หรือมีรอยแตกหรือไม่ รวมถึงท่อน้ำเล็กรอบๆเครื่อง จุดนี้อย่ามองข้าม ถ้ามีควรรีบเปลี่ยนโดยด่วน รวมถึงจุดยึดต่างๆว่ามีรอยรั่วซึมของน้ำหรือไม่
หม้อน้ำ หม้อน้ำสมัยนี้มักจะทำด้วยพลาสติก และแน่นอนพลาสติกพวกนี้เมื่อใช้งานไปนานวัน มักจะเสื่อมส��าพ กรอบ แตกออกมาเสียง่ายๆ สังเกตง่ายๆ จากฝาครอบหม้อน้ำพลาสติกตัวบน ถ้ามีอาการสีเริ่มเปลี่ยนซีดลง มีรอยร้าวแตกลายงาคล้ายพระเครื่อง ให้รีบเปลี่ยนหม้อน้ำโดยด่วน หรือถ้าเห็นรอยรั่วซึม ให้นำหม้อน้ำไปซ่อม หรือเปลี่ยนฝาเป็นทองเหลือง จะทนขึ้นอีกเยอะ
ระบบอากาศ
![[ภาพ: diy11pic4.jpg]](http://www.colour-mg.com/images/stories/diy11pic4.jpg)
ไส้กรองอากาศ เริ่มจากการถอดทำความสะอาดไส้กรองอากาศ หรือถ้าตันมากควรเปลี่ยนเสียใหม่ โดยเฉพาะกรองอากาศแบบเปลือย ถ้าเปลื่อยควรรีบเปลี่ยนเช่นกัน การปล่อยให้เครื่องดูดฝุ่นผงเข้าไปได้มากๆ จะเป็นตัวการทำให้เครื่องหลวม และสกปรกอย่างรวดเร็ว ถ้าไส้กรองอุดตันให้ถอดล้างด้วยแชมพู หรือน้ำยาล้างจาน ล้างน้ำ แล้วผึ่งให้แห้ง จะช่วยทำให้อัตราเร่งดีขึ้น และประหยัดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ท่อยางดูดอากาศ ตรวจดูรอยร้าว รอยรั่ว ว่ามีส��าพชำรุด ถ้ามี ควรรีบเปลี่ยนเสีย
ระบบน้ำมันหล่อลื่น
![[ภาพ: diy11pic6.jpg]](http://www.colour-mg.com/images/stories/diy11pic6.jpg)
ระดับของน้ำมันเครื่อง ควรอยู่ในจุด Full เพราะในการเดินทางไกลในอากาศที่ร้อน เครื่องยนต์อาจจะกินน้ำมันเครื่องมากกว่าปกติ หรือถ้าเราทราบว่าเครื่องยนต์ของเรามีอัตตรากินน้ำมันเครื่องมากกว่าปกติ ควรซื้อน้ำมันเครื่องแบบเดียวกับที่ใช้ ติดรถไว้ขณะเดินทาง เมื่อมีการจอดพักจนเครื่องเย็น ควรเช็คอยู่เป็นระยะ
ท่อน้ำมันเครื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท่อน้ำมันเลี้ยงเทอร์โบ ท่อน้ำมันเทอร์โบไหลกลับ ท่อน้ำมันออยล์คูเลอร์ ท่อน้ำมันไดชาร์จ รวมถึงท่อน้ำมันถังดักไอน้ำมันเครื่อง ทุกจุดไม่ควรมองข้าม ควรตรวจเช็ค ถ้ามีส��าพเสี่ยงต่อความเสียหาย ควรรีบเปลี่ยน
น้ำมันเกียร์ และน้ำมันเฟืองท้าย ตรวจเช็คจุดรั่วซึม และระดับของน้ำมันเกียร์ และเฟืองท้าย ท่อยางออล์ยคูเลอร์น้ำมันเกียร์ ถ้ารั่วซึมควรแก้ไข หรือท่านใดคิดว่าไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันมานานกว่าปี จะถือโอกาสนี้เป็นฤกษ์ชัย เปลี่ยนใหม่เสียทีก็เป็นการดี
ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง
![[ภาพ: diy11pic8.jpg]](http://www.colour-mg.com/images/stories/diy11pic8.jpg)
ท่อทางเดินน้ำมัน สายน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อยางเหล็กรัดต่างๆ ถ้ามีรอยร้าว รั่วซึม ควรรีบเปลี่ยนเสีย
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ไส้กรองน้ำมันอุดตัน เป็นสาเหตุทำให้เครื่องแรงตก การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่เสียที จะช่วยคืนอัตตราเร่ง และการดินทางราบรื่นได้มากกว่าที่คิด
ระบบเบรก
เริ่มจาก ระดับน้ำมันเบรก ไม่ควรอยู่ในระดับที่ต่ำ ผ้าเบรกหน้า ผ้าเบรกหลัง ควรมีความหนาไม่น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ จานเบรกต้องไม่บางจนเกินไป จนเสี่ยงต่อการแตกร้าว จนถึงสายอ่อนเบรก ก็ไม่ควรมองข้าม ถ้ามีอาการเก่า แตกลายงา ควรเปลี่ยนเสียถึงจะปลอด��ัยที่สุด
ระบบไฟ
ก่อนดินทางไกลจุดสำคัญอีกส่วนก็คือระบบไฟ เริ่มจากไฟหน้า – ไฟสูงต่ำ ไฟหรี่ ไฟเลี้ยว ไฟเบรก - แม้แต่ไฟส่องป้ายก็ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจต้องมามีปัญหากับผู้รักษากฎหมายได้
ระดับน้ำกลั่นในแบตเตอร์รี่ และอายุ วัน- เดือน- ปี ของแบบเตอร์รี่ ถ้าเกิน 2 ปี แม้ราคาแบตจะแพงหูดับ แต่การเปลี่ยนใหม่เสียแต่เนิ่นๆ อาจจะเสียเงินน้อยกว่า เสียเวลา เสียอารมณ์ แถมอาจต้องมาเจอร้านประเ��ท ฉวยโอกาสก็เป็นได้
ยางรถยนต์
เริ่มจากการตรวจสอบ แรงดันลมในยาง ตามหลักที่ถูกต้องแล้ว การเติมลมยางให้กับรถยนต์ที่ต้องเดินทางไกล อย่างต่อเนื่อง ควรเติมแรงดันลมยางให้สูงกว่าปกติ ราว 3- 5 ปอนด์ เพราะขณะที่รถยนต์ต้องขับด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง ยางจะรับหน้าที่เสียดสีกับถนนยาวนานจนเกิดความร้อนสูง ยางจะเกิดการขยายตัวพองโตมากขึ้น เป็นผลทำให้แรงดันลมในยางลดต่ำลง และแรงดันลมยางที่ต่ำมากเกินไป จะเป็นเหตุผลทำให้ยางเบียดหลุดจากกระทะล้อ เรียกว่ายางระเบิด ถือว่าอันตรายมาก นอกจากนี้ควรตรวจเช็คส��าพโดยรวมของยาง ว่ามีรอยแตกร้าว มีน๊อตตะปู หรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ฝังติดอยู่บ้างหรือไม่ รวมถึงอาการบวม และปีหมดอายุ หรือตรวจเช็คด้วยการนำรถไปถ่วงล่อ สลับยาง เสียทีจะเป็นผลดีที่สุด
ผู้ขับขี่รถยนต์
![[ภาพ: diy11pic10.jpg]](http://www.thaispeedcar.com/Image/Tip/diy-howtofast-200804/diy11pic10.jpg)
ไม่ว่ารถยนต์จะพร้อมเพียงใด แต่หัวใจในการจะพารถไปไหนมาไหน คือผู้ขับขี่ ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือขับขี่ต้องเตรียมความพร้อม ป่วยไม่ขับ ง่วงไม่ขับ เมาไม่ขับ ขอฝากไว้เท่านี้หละครับ
ขอบคุณบทความดีๆ จาก thaispeedcar ครับ
สุดท้ายๆๆ "อย่าลืมพก ถุงยางอนามัยเพื่อความปลอด��ัยจากเอดส์" ด้วยครับ .... เครดิตผมเอง ฮ่าๆๆ
เอาเป็นว่า รถเก่าๆ (อย่างผม) จะเตรียมตัวเิดินทางไกล ซะทีเนี่ย! ก็ต้องตรวจเช็คกันหน่อย
ช่วงนี้ ก็ไล่ๆ เช็ค อยู่ครับ ขาดเหลือ หรือ ตกหล่น ตรงไหน ก็บอกกันด้วยนะครับ...
ระบบน้ำ
![[ภาพ: diy11pic2.jpg]](http://www.colour-mg.com/images/stories/diy11pic2.jpg)
ระดับน้ำหล่อเย็น เริ่มต้นจากตรวจดูระดับน้ำในหม้อพักน้ำ แต่การเช็คเฉพาะระดับน้ำในหม้อพัก จะใช่ว่าเป็นการชัวร์เสียทีเดียว เพราะถ้าฝาหม้อน้ำเสียหาย หรือ ระบบหมุนเวียนน้ำหล่อเย็นมีจุดรั่วซึม ระดับน้ำในหม้อพักอาจจะอยู่คงที่เต็มเปี่ยม แต่ว่าในหม้อน้ำอาจไม่มีน้ำหล่อเย็นเลยก็ได้ ในทางที่ดี ควรตรวจเช็คทั้งระดับน้ำในหม้อน้ำ และระดับน้ำในหม้อพักควบคู่ไปพร้อมๆกัน
ท่อยางน้ำ และเหล็กรัด ตรวจเช็คส��าพท่อยางว่ามีอาการ บวม นิ่ม หรือมีรอยแตกหรือไม่ รวมถึงท่อน้ำเล็กรอบๆเครื่อง จุดนี้อย่ามองข้าม ถ้ามีควรรีบเปลี่ยนโดยด่วน รวมถึงจุดยึดต่างๆว่ามีรอยรั่วซึมของน้ำหรือไม่
หม้อน้ำ หม้อน้ำสมัยนี้มักจะทำด้วยพลาสติก และแน่นอนพลาสติกพวกนี้เมื่อใช้งานไปนานวัน มักจะเสื่อมส��าพ กรอบ แตกออกมาเสียง่ายๆ สังเกตง่ายๆ จากฝาครอบหม้อน้ำพลาสติกตัวบน ถ้ามีอาการสีเริ่มเปลี่ยนซีดลง มีรอยร้าวแตกลายงาคล้ายพระเครื่อง ให้รีบเปลี่ยนหม้อน้ำโดยด่วน หรือถ้าเห็นรอยรั่วซึม ให้นำหม้อน้ำไปซ่อม หรือเปลี่ยนฝาเป็นทองเหลือง จะทนขึ้นอีกเยอะ
ระบบอากาศ
![[ภาพ: diy11pic4.jpg]](http://www.colour-mg.com/images/stories/diy11pic4.jpg)
ไส้กรองอากาศ เริ่มจากการถอดทำความสะอาดไส้กรองอากาศ หรือถ้าตันมากควรเปลี่ยนเสียใหม่ โดยเฉพาะกรองอากาศแบบเปลือย ถ้าเปลื่อยควรรีบเปลี่ยนเช่นกัน การปล่อยให้เครื่องดูดฝุ่นผงเข้าไปได้มากๆ จะเป็นตัวการทำให้เครื่องหลวม และสกปรกอย่างรวดเร็ว ถ้าไส้กรองอุดตันให้ถอดล้างด้วยแชมพู หรือน้ำยาล้างจาน ล้างน้ำ แล้วผึ่งให้แห้ง จะช่วยทำให้อัตราเร่งดีขึ้น และประหยัดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ท่อยางดูดอากาศ ตรวจดูรอยร้าว รอยรั่ว ว่ามีส��าพชำรุด ถ้ามี ควรรีบเปลี่ยนเสีย
ระบบน้ำมันหล่อลื่น
![[ภาพ: diy11pic6.jpg]](http://www.colour-mg.com/images/stories/diy11pic6.jpg)
ระดับของน้ำมันเครื่อง ควรอยู่ในจุด Full เพราะในการเดินทางไกลในอากาศที่ร้อน เครื่องยนต์อาจจะกินน้ำมันเครื่องมากกว่าปกติ หรือถ้าเราทราบว่าเครื่องยนต์ของเรามีอัตตรากินน้ำมันเครื่องมากกว่าปกติ ควรซื้อน้ำมันเครื่องแบบเดียวกับที่ใช้ ติดรถไว้ขณะเดินทาง เมื่อมีการจอดพักจนเครื่องเย็น ควรเช็คอยู่เป็นระยะ
ท่อน้ำมันเครื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท่อน้ำมันเลี้ยงเทอร์โบ ท่อน้ำมันเทอร์โบไหลกลับ ท่อน้ำมันออยล์คูเลอร์ ท่อน้ำมันไดชาร์จ รวมถึงท่อน้ำมันถังดักไอน้ำมันเครื่อง ทุกจุดไม่ควรมองข้าม ควรตรวจเช็ค ถ้ามีส��าพเสี่ยงต่อความเสียหาย ควรรีบเปลี่ยน
น้ำมันเกียร์ และน้ำมันเฟืองท้าย ตรวจเช็คจุดรั่วซึม และระดับของน้ำมันเกียร์ และเฟืองท้าย ท่อยางออล์ยคูเลอร์น้ำมันเกียร์ ถ้ารั่วซึมควรแก้ไข หรือท่านใดคิดว่าไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันมานานกว่าปี จะถือโอกาสนี้เป็นฤกษ์ชัย เปลี่ยนใหม่เสียทีก็เป็นการดี
ระบบน้ำมันเชื้อเพลิง
![[ภาพ: diy11pic8.jpg]](http://www.colour-mg.com/images/stories/diy11pic8.jpg)
ท่อทางเดินน้ำมัน สายน้ำมันเชื้อเพลิง ท่อยางเหล็กรัดต่างๆ ถ้ามีรอยร้าว รั่วซึม ควรรีบเปลี่ยนเสีย
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ไส้กรองน้ำมันอุดตัน เป็นสาเหตุทำให้เครื่องแรงตก การเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่เสียที จะช่วยคืนอัตตราเร่ง และการดินทางราบรื่นได้มากกว่าที่คิด
ระบบเบรก
เริ่มจาก ระดับน้ำมันเบรก ไม่ควรอยู่ในระดับที่ต่ำ ผ้าเบรกหน้า ผ้าเบรกหลัง ควรมีความหนาไม่น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ จานเบรกต้องไม่บางจนเกินไป จนเสี่ยงต่อการแตกร้าว จนถึงสายอ่อนเบรก ก็ไม่ควรมองข้าม ถ้ามีอาการเก่า แตกลายงา ควรเปลี่ยนเสียถึงจะปลอด��ัยที่สุด
ระบบไฟ
ก่อนดินทางไกลจุดสำคัญอีกส่วนก็คือระบบไฟ เริ่มจากไฟหน้า – ไฟสูงต่ำ ไฟหรี่ ไฟเลี้ยว ไฟเบรก - แม้แต่ไฟส่องป้ายก็ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจต้องมามีปัญหากับผู้รักษากฎหมายได้
ระดับน้ำกลั่นในแบตเตอร์รี่ และอายุ วัน- เดือน- ปี ของแบบเตอร์รี่ ถ้าเกิน 2 ปี แม้ราคาแบตจะแพงหูดับ แต่การเปลี่ยนใหม่เสียแต่เนิ่นๆ อาจจะเสียเงินน้อยกว่า เสียเวลา เสียอารมณ์ แถมอาจต้องมาเจอร้านประเ��ท ฉวยโอกาสก็เป็นได้
ยางรถยนต์
เริ่มจากการตรวจสอบ แรงดันลมในยาง ตามหลักที่ถูกต้องแล้ว การเติมลมยางให้กับรถยนต์ที่ต้องเดินทางไกล อย่างต่อเนื่อง ควรเติมแรงดันลมยางให้สูงกว่าปกติ ราว 3- 5 ปอนด์ เพราะขณะที่รถยนต์ต้องขับด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง ยางจะรับหน้าที่เสียดสีกับถนนยาวนานจนเกิดความร้อนสูง ยางจะเกิดการขยายตัวพองโตมากขึ้น เป็นผลทำให้แรงดันลมในยางลดต่ำลง และแรงดันลมยางที่ต่ำมากเกินไป จะเป็นเหตุผลทำให้ยางเบียดหลุดจากกระทะล้อ เรียกว่ายางระเบิด ถือว่าอันตรายมาก นอกจากนี้ควรตรวจเช็คส��าพโดยรวมของยาง ว่ามีรอยแตกร้าว มีน๊อตตะปู หรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ฝังติดอยู่บ้างหรือไม่ รวมถึงอาการบวม และปีหมดอายุ หรือตรวจเช็คด้วยการนำรถไปถ่วงล่อ สลับยาง เสียทีจะเป็นผลดีที่สุด
ผู้ขับขี่รถยนต์
![[ภาพ: diy11pic10.jpg]](http://www.thaispeedcar.com/Image/Tip/diy-howtofast-200804/diy11pic10.jpg)
ไม่ว่ารถยนต์จะพร้อมเพียงใด แต่หัวใจในการจะพารถไปไหนมาไหน คือผู้ขับขี่ ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือขับขี่ต้องเตรียมความพร้อม ป่วยไม่ขับ ง่วงไม่ขับ เมาไม่ขับ ขอฝากไว้เท่านี้หละครับ
ขอบคุณบทความดีๆ จาก thaispeedcar ครับ

สุดท้ายๆๆ "อย่าลืมพก ถุงยางอนามัยเพื่อความปลอด��ัยจากเอดส์" ด้วยครับ .... เครดิตผมเอง ฮ่าๆๆ


